Published
อ่านฉบับเต็มได้จากหนังสือ:
บทบาทองค์กรพัฒนาเอกชนกับผลกระทบที่มีต่อประเทศไทย ในการขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน จีน-เมียนมา ตามนโยบาย “จีนลงใต้” (2562)

อ่านฉบับเต็มได้จากหนังสือ:
บทบาทองค์กรพัฒนาเอกชนกับผลกระทบที่มีต่อประเทศไทย ในการขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน จีน-เมียนมา ตามนโยบาย “จีนลงใต้” (2562)
เมียนมาเป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังเข้าสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังการเปิดประเทศ ได้ลงนามในโครงการ BRI กับจีน โดยมองว่าสอดคล้องกับแผนพัฒนาของเมียนมาเองในการดำเนินโครงสร้างพื้นฐานด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เช่น เส้นทางรถไฟจีน-เมียนมา เส้นทางถนนจีน-เมียนมา ท่าเรือ สนามบิน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้พบว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวประสบกับอุปสรรคสำคัญนั่นคือปัญหาภายในประเทศของเมียนมา ส่งผลให้การลงทุนในเมียนมาของจีนไม่ราบรื่นนัก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมือง ชนกลุ่มน้อย การรุกคืบเข้ามาของญี่ปุ่น การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เปิดกว้างรับโลกตะวันตก ข้อขัดแย้งกับประชาชนจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
ส่วนปัญหาความขัดแย้งระหว่างจีนกับประเทศสมาชิกอาเซียนในประเด็นข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ แม้เมียนมาจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่เส้นทางการเชื่อมต่อทางบกของจีนฝั่งตะวันตกเพื่อออกทะเลอินเดียที่จีนให้ความสำคัญนั้น คือเส้นทางที่ตัดผ่านรัฐยะไข่ ที่ตั้งถิ่นฐานของชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา จึงคาดการณ์ว่าอาจสร้างปัญหาต่อการขนส่งแก๊สที่สร้างผลเสียเป็นระยะให้กับจีนได้
งานวิจัยเสนอว่า กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนไทยควรมีบทบาทในการให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว เช่น ในการให้ความร่วมมือแบบทวิภาคีระหว่างไทยกับเมียนมา และประเทศสมาชิกในอาเซียน เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ป้องกันการเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากจีน และสร้างความร่วมมือด้านการศึกษา วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการลงทุน จากความได้เปรียบที่มีชายแดนติดกับเมียนมา เพราะหากระบบสาธารณูปโภคและเครือข่ายของเมียนมาพัฒนาขึ้นในอนาคต ก็จะสร้างความมั่นคงแข็งแรงให้กับทั้งสองประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น