ส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่า ด้วยปัญญา เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่า ด้วยปัญญา เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

            สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์มีพันธกิจหลักที่สาคัญ 3 ประการคือ การเรียนการสอน การวิจัย และการให้บริการวิชาการแก่องค์กร ชุมชน และสังคม โดยสถาบันมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารการพัฒนาที่ยั่งยืน งานวิจัยของสถาบันตามเป้าหมายที่ 8 ของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG8) ได้รับการยอมรับในระดับสากล รองศาสตราจารย์ ดร.พีรยุทธ เจริญสุขมงคล ได้รับการจัดอันดับเป็น World’s Top 2% Scientists list 2021 – 2023

ส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่า ด้วยปัญญา เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

            โดย Stanford University มีผลงานวิจัยจำนวนมากที่ส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรมในสถานที่ทำงาน การไม่เลือกปฏิบัติต่อแรงงานชาวต่างชาติ และส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่าด้วยความฉลาดทางวัฒนธรรม (cultural Intelligence) ตัวอย่างผลงานตีพิมพ์ที่สาคัญ

            เช่น ‘The effect of cultural intelligence on leadership performance among Chinese expatriates working in Thailand’ ตีพิมพ์ในวารสาร Asian Business and Management 2022 v21(1) มีค่า CiteScore rank ที่ 97th percentile ซึ่งจัดเป็นวารสารระดับ top 3% และได้รับการอ้างอิงมากกว่าค่ามาตรฐานเมื่อพิจารณาจากค่า Field-Weighted Citation Impact (FWC)

     สำหรับการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย สถาบันมีความร่วมมือกับธนาคารออมสิน ดำเนินโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่นอย่างต่อเนื่อง 5 ปี สำหรับปี 2565 ได้ส่งเสริมศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ กลุ่มเทียนต่อเทียนแปรรูปสมุนไพรของชุมชนหนองจอก กลุ่มพัฒนาน้ำพริกปลาดุกไข่เค็ม/ไข่เค็มสมุนไพรใบเตยของชุมชนพัฒนาบ้านแบนใหญ่ กลุ่มขนมเปี๊ยะของชุมชนดอกไม้ กลุ่มกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร-สุขภาพของชุมชนศูนย์การเรียนรู้เพื่อพึ่งตนเองบ้านกุสุมาลี และกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของศูนย์การเรียนรู้บ้านครูแดง

ส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่า ด้วยปัญญา เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

       นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566  สถาบันได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Yunus Center, Dhaka บังคลาเทศ มี Professor Muhammad Yunus ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เป็นผู้ลงนามร่วมในฐานะประธาน

       โดยร่วมกันจัดตั้งศูนย์ NIDA Yunus Center เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมทางสังคม การทำธุรกิจเพื่อสังคม การพัฒนาทุนทางสังคม โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

       ผลลัพธ์ที่สำคัญประการหนึ่ง ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของสถาบันในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน คือ บุคลากรสายวิชาการของสถาบัน ได้รับรางวัลในระดับชาติ ด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ได้รับพระราชทานเกียรติบัตรและโล่พระราชทาน ‘นักวิจัยศักยภาพสูง’ ประจำปี 2566

ส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่า ด้วยปัญญา เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์ ศาสตราจาย์ ดร.ศาสตรา สุดสวาสดิ์  และ ศาสตราจารย์ ดร.เทิดชาย ช่วยบำรุง ได้รับรางวัลผลงานแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2566 “ระดับดี” จากสำนักงานการวิจัยแห่ชาติ (วช.) ในโครงการศึกษาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย 

ส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่า ด้วยปัญญา เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

และ รองศาสตราจารย์ ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2565 และรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระขนิษฐาเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในฐานะอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ สาขาสังคมศาสตร์ ประจำปี 2566

สวัสดิการต่าง ๆ ของบุคลากร (Employment practice)

       สถาบันมีข้อบังคับกำหนดบัญชีเงินเดือนแรกบรรจุ บัญชีเงินเดือนชั้นสูง และบัญชีปรับอัตราของพนักงานสถาบัน สถาบันมีการขึ้นเงินเดือนพนักงานปีละสองครั้ง

โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ การขึ้นเงินเดือนของสถาบันไม่มีการเลือกปฏิบัติตามเพศสภาพ วัยวุฒิ ความเชื่อทางศาสนา เชื้อชาติ หรือความแตกต่างต่างอื่นๆ ทางกายภาพหรือวัฒนธรรม รายละเอียดอัตราเงินเดือนตามประเภทตำแหน่ง ระดับตำแหน่ง และอัตราเงินเดือนขั้นต่ำ-สูงสุด ได้แสดงอย่างชัดเจน (https://nida.ac.th/policy-6513/ )

ส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่า ด้วยปัญญา เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ทั้งนี้จากการวิเคราะห์อัตราเงินเดือนเฉลี่ย ระหว่างบุคลากรชายและหญิง พบว่า เมื่อจำแนกตามประเภทบุคลากรแล้ว เพศชายและเพศหญิงที่มีช่วงอายุงานเฉลี่ยเท่ากัน มีอัตราเงินเดือนโดยเฉลี่ยใกล้เคียงกัน  บุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ยที่ 59,980 และ 32,605 บาท/เดือน ตามลำดับ คิดเป็นค่าจ้างรายวันเท่ากับ 1,254 – 2,307 บาท/วัน (เงินเดือนเฉลี่ยหาร 26 วัน)  

ส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่า ด้วยปัญญา เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

เมื่อเทียบกับค่าจ้างขั้นต่ำของพื้นที่กรุงเทพมหานคร (353 บาท/วัน) พบว่า พนักงานสถาบันมีเงินได้ต่อวันสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำของพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3.55 – 6.54 เท่า และเมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายของสถาบัน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 พบว่า สถาบันมีค่าใช้จ่าย (ไม่รวมค่าใช้จ่ายในสินทรัพย์ทุนและการลงทุน) ต่อพนักงานทั้งหมด

โดยรวมพนักงานของบริษัทรับจ้างภายนอก (outsource) อยู่ที่ 1,525,661.80 บาท/คน  สูงกว่ารายได้ประชาชาติของประเทศไทยในปีงบประมาณเดียวกันกว่า 6 เท่า (1,525,661.80 บาทต่อคน หารรายได้ประชาชาติ 248,468 บาทต่อคนต่อปี) และเมื่อพิจารณาระยะเวลาการปฏิบัติงาน พบว่า พนักงานของสถาบันมีอายุงานตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปจำนวน 673 คน คิดเป็นร้อยละ 90 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด (843 คน รวม Outsource 95 คน) โดยมีอายุงานเฉลี่ยอยู่ที่ 12.92 ปี

       นอกจากนี้ สถาบันได้ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาวะที่ดี (wellbeing) ของพนักงานทั้งด้านร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจและสังคม ได้มีการวางแผนพัฒนาบุคลากรและจัดสวัสดิการต่างๆ ให้กับบุคลากรของสถาบัน ดังนี้

       1)การพัฒนาบุคลากร บุคลากรสายวิชาการ กำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมภาคบังคับ คือ หลักสูตร “การปฐมนิเทศบุคลากรใหม่” และ “เทคนิคการสอนและวิธีการวัดผลการเรียนการสอน” แล้วส่งเสริมให้รับการฝึกอบรมในหลักสูตรอื่น ๆ เพิ่มเติมตามความสมัครใจและเหมาะสม

ส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่า ด้วยปัญญา เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

อาทิ หลักสูตรอบรมเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษา การใช้แอพพลิเคชั่นซอฟต์แวร์ใหม่ๆ การตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารต่างประเทศ ฯลฯ

เพื่อนำความรู้มาปรับใช้ในการพัฒนาตนเอง และสนับสนุนให้เข้าอบรมหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา (นบม.) เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การปฏิบัติงานตำแหน่งบริหารต่าง ๆ ของสถาบันในอนาคต บุคลากรสายสนับสนุน กำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมภาคบังคับ คือ หลักสูตร “การปฐมนิเทศบุคลากรใหม่” และส่งเสริมให้ฝึกอบรมในหลักสูตรอื่น ๆ เพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ เช่น หลักสูตรการพัฒนาทีมงานด้วยค่านิยมร่วม WISDOM, หลักสูตรการทำคู่มือ/งานวิเคราะห์ สังเคราะห์, หลักสูตรอบรมเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษา  การพัฒนางานประจำด้วยการวิจัย (Routine to Research : R to R) การพัฒนางานประจำสู่นวัตกรรม (Routine to Innovation : R to I) และหลักสูตรด้านการบริหารจัดการแก่หัวหน้ากลุ่มงานเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตำแหน่งบริหาร ในปีการศึกษา 2565 สถาบันได้กำหนดมาตรการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้วยมาตรการ “1 ภาคการศึกษา 1 รายวิชา” เปิดโอกาสให้บุคลากรสายสนับสนุน ได้สมัครเรียนในรายวิชาที่สถาบันเปิดสอนาอยู่ในแต่ละภาคการศึกษา สามารถเรียนในเวลาทำงานโดยไม่ถือเป็นการขาดงาน เพื่อเพิ่มพูนความรู้และนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน และจัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่แก่พนักงานด้วย เช่น การใช้ Microsoft Power Automate เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ เป็นต้น

       2)สวัสดิการและผลประโยชน์สำหรับบุคลากร 12 ประเภท ได้แก่ 1) ค่าอาหารกลางวัน 2) โครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต 3) การตรวจสุขภาพประจำปี 4) การประกันสุขภาพกลุ่ม 5) เงินช่วยเหลือความเสี่ยงภัยหรือประสบภัยธรรมชาติ 6) เงินช่วยเหลือการมรณกรรมของบุคลากร 7) เงินช่วยเหลือการคลอดบุตร 8) เงินช่วยเหลืออุปกรณ์การศึกษาบุตร 9) ทุนการศึกษาบุตร 10) การดูแลเด็กในช่วงปิดภาคเรียน 11) เงินช่วยเหลือบุคคลในครอบครัวถึงแก่กรรม และ 12) เงินกู้เพื่อซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังมีสวัสดิการพิเศษเพิ่มเติมให้แก่บุคลากร ได้แก่ สวัสดิการสำหรับดูแลสุขภาพของพนักงานสถาบันและบุคคลในครอบครัว, กองทุนประกันสังคม, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, การให้เงินสนับสนุนการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ TOEIC, เงินสนับสนุนซื้อหนังสือวิชาการ, ทุนการศึกษา (ตรี–โท-เอก) ภายในประเทศ สำหรับบุคลากรสายสนับสนุน เป็นต้น 

ส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่า ด้วยปัญญา เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ สถาบันยังมีโครงการเงินกู้ เพื่อช่วยเหลือบุคลากรผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์สถาบันฯ โดยในปี พ.ศ.2565 มีโครงการเงินกู้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3-4% เพื่อช่วยเหลือสมาชิกในภาวะฉุกเฉิน และป้องกันการก่อหนี้นอกระบบ ได้แก่ 1) เงินกู้อเนกประสงค์ทันใจ 2) เงินกู้ฉุกเฉินบรรเทาทุกข์สู้ภัยโควิด-19 และ 3) เงินกู้ฉุกเฉินจากเงินปันผล

     จากผลการสำรวจความอยู่ดีมีสุขและความผูกพันของบุคลากร โดยสำรวจทุก 2 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2558 ถึง 2564 พบว่า บุคลากรของสถาบันส่วนใหญ่มีความอยู่ดีมีสุขและความผูกพันอยู่ในระดับสูง (คะแนนที่ร้อยละ 74.00 ถึง 85.34) สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สถาบันได้ว่าจ้าง บริษัท คินเซนทริค (ประเทศไทย) จำกัด ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลากร ดำเนินการสำรวจประสบการณ์และความผูกพันของบุคลากร เพื่อนำผลสำรวจสู่การต่อยอดการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะได้ผลสรุปในราวปลายเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้

สถาบันมีพนักงานของบริษัทจ้างเหมาภายนอก (outsource) 3 กลุ่ม คือ พนักงานทำความสะอาด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และช่างควบคุมดูแลระบบไฟฟ้าและเครื่องกลประจำอาคาร จำนวนทั้งหมด 95 คน พนักงาน outsource มีทั้งชายและหญิง ทุกคนมีอายุมากกว่า 18 ปี ในการพิจารณาคัดเลือกบริษัทจ้างเหมา สถาบันได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประกวดราคาจ้างเหมา/จัดจ้างให้บริการ ร่วมกันพิจารณาคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน ขอบเขตงาน และหน้าที่ของบริษัทผู้รับจ้างต่อพนักงาน โดยการจ้างงานของบริษัทต้องเป็นไปตามประกาศสถาบัน เรื่อง นโยบายการส่งเสริมความเสมอภาค ขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและเด็กหญิง และพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2565 พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล 

ความเสมอภาคของบุคลากร (Employment practice unions)

       ตามพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 31 และมาตรา 33 กำหนดให้สถาบันมีจัดตั้งสภาคณาจารย์เป็นตัวแทนของบุคลากรสายวิชาการ และสภาพนักงานเป็นตัวแทนพนักงานสายสนับสนุน โดยพนักงานสถาบันทุกคน (ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ) ถือเป็นสมาชิกสภาคณาจารย์และสภาพนักงานนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงาน ทั้งนี้ สภาคณาจารย์และสภาพนักงาน มีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานด้วยความสัมพันธ์ที่ดี มีคุณธรรม และเป็นช่องทางในการสื่อสารข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแจ้งเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพที่ชีวิตที่ดีของบุคลากร ซึ่งประธานสภาคณาจารย์ และประธานสภาพนักงานได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสภาสถาบันโดยตำแหน่ง (มาตราที่ 19) และเป็นกรรมการบริหารสถาบันโดยตำแหน่ง (มาตราที่ 25) เพื่อให้ข้อเสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่สภาสถาบันและอธิการบดีในการบริหารกิจการทั้งปวงของสถาบัน

ส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่า ด้วยปัญญา เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

       สถาบันได้ให้ความสำคัญและส่งเสริมความเท่าเทียมกันและความเสมอภาคของบุคคล โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ และสถานะของบุคคล ตามประกาศสถาบัน เรื่อง นโยบายการส่งเสริมความเสมอภาค ขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและเด็กหญิง (https://nida.ac.th/policy-6508/ ) ตั้งแต่การสรรหาผู้ปฏิบัติงานในสถาบันด้วยความเสมอภาค การรับสมัครบุคคลเข้าปฏิบัติงานที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ การให้ค่าจ้าง/ผลตอบแทนและผลประโยชน์อื่นๆ ที่เป็นธรรม โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานที่มีคุณค่า การปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ส่งเสริมการเข้าสู่ตำแหน่งระดับสูงขึ้นด้วยความเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติ โดยจะไม่นำเหตุของการตั้งครรภ์หรือลาคลอดบุตรมาใช้ในการพิจารณา  นอกจากนี้ สถาบันได้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการภายในสถาบัน ได้แก่ ทางลาดเข้า-ออกอาคาร ห้องน้ำสำหรับคนพิการทุกชั้นในแต่ละอาคาร ที่จอดรถสำหรับผู้พิการ และป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงอาคารสถานที่ต่างๆ ภายในสถาบัน นอกจากนี้สถาบันยังได้จัดพื้นที่สำหรับสูบบุหรี่ไว้บริเวณภายนอกอาคารซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะ เพื่อความเป็นส่วนตัวและไม่ให้รบกวนบุคคนอื่นที่อยู่ใกล้เคียง

กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนของบุคลากร (Employment practice appeal process)

       สถาบันได้เปิดช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น รวมถึงข้อร้องเรียนต่าง ๆ ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยแบ่งประเภทเรื่องร้องเรียนออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) เรื่องร้องเรียน / ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะทั่วไป สามารถแจ้งผ่านช่องทางออนไลน์  (https://nida.ac.th/receive-complaints/) หรือแจ้งโดยตรง ผ่านกลุ่มงานสื่อสารองค์การและกิจกรรมเพื่อสังคม ชั้น 3 อาคารนิด้าสัมพันธ์  หรือแจ้งทางไปรษณีย์ หรืออีเมล์ (complaint@nida.ac.th) และ 2) เรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ (Corruption and Misconduct Complaint Form) แจ้งผ่านช่องทางออนไลน์  (https://nida.ac.th/contact-nida/complaint-corruption/) โดยกองบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล จะทำหน้าที่รวบรวมข้อร้องเรียน  เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนของสถาบัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พิจารณาวินิจฉัยและกำหนดวิธีการในการจัดการข้อร้องเรียน ติดตามผล ประเมินและสรุปผล เสนอต่ออธิการบดี โดยข้อร้องเรียนเล็กให้ดำเนินการตรวจสอบและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อแก้ไข/ปรับปรุงโดยทันที และตอบกลับผู้ร้องเรียนภายใน 3-7 วันทำการ ส่วนข้อร้องเรียนใหญ่ให้เสนอคณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียน ภายใน 30-90 วันทำการ

สัดส่วนของนักศึกษาฝึกงาน (Proportion of students taking work placements)

       นิด้าเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนระดับบัณฑิตศึกษา (เฉพาะปริญญาโท และปริญญาเอก) โดยจำแนกนักศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม คือ นักศึกษาภาคปกติ และนักศึกษาภาคพิเศษ สถาบันกำหนดคุณสมบัติของนักศึกษาภาคพิเศษ (ซึ่งเป็นนักศึกษาส่วนใหญ่ของสถาบัน) ต้องมีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 1 ปี นักศึกษาภาคพิเศษเกือบทั้งหมดทำงานควบคู่ไปกับการเรียน ส่วนนักศึกษาภาคปกติ บางหลักสูตรกำหนดรายวิชาเลือกเป็นวิชาฝึกงาน ซึ่งนักศึกษาปริญญาโทภาคปกติ สามารถลงทะเบียนเรียนเพื่อหาประสบการณ์ในการฝึกงานได้ การจัดการเรียนการสอนในบางหลักสูตรส่งเสริมให้นักศึกษาสอบใบประกอบวิชาชีพเฉพาะทางทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ รวมทั้งเปิดสอนรายวิชาเพื่อให้นักศึกษานำไปใช้สอบ Certificate โดยตรง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีจำนวนนักศึกษาที่สอบผ่าน ใบประกอบวิชาชีพเฉพาะทางทั้งหมด 229 คน ประกอบด้วยใบอนุญาตวิชาชีพในตลาดทุน (IC, IP, AISA, CFP) วิชาชีพด้านบริหารธุรกิจ วิชาชีพด้านคอมพิวเตอร์ และวิชาชีพบริหารงานบุคคล ใบประกอบวิชาชีพช่วยส่งเสริมให้นักศึกษามีงานทำทันทีที่สำเร็จการศึกษา ทั้งนี้ ในปีการศึกษา 2565 นิด้ามีสัดส่วนนักศึกษาฝึกงานที่ร้อยละ 29 ของนักศึกษาเต็มเวลาทั้งหมด (Full Time Equivalent Student : FTES)

ส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่า ด้วยปัญญา เพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน