การแสวงหาข้อมูลข่าวสารธรรมพุทธศาสนา การยึดหลักธรรมพุทธศาสนาและหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งผลต่อความสุขของคนไทยในเขตกรุงเทพมหานคร

Authors

รศ.ดร.ประทุม ฤกษ์กลาง

Published

รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการระดับชาติเนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 48 แห่งการสถาปนาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

Abstract

The objectives of this research are to study information seeking about Dhamma, Buddhist practices, Sufficiency Economy practices, the happiness of Bangkok people and to study the effects of information seeking about Dhamma, Buddhist practices and Sufficiency Economy practices on the happiness of Bangkok. 500 questionnaires and 200 interviewing used to collect research data. Computer programs used to analyze data. Hypotheses were tested by using t-test, One Way ANOVA and Three Way ANOVA statistics.

Research results found that (1) People who differ in gender, income and marriage status were significant differences in information seeking about Dhamma.
(2) People who differ in age, occupation, income, and marriage status were significant differences in Buddhist practices.
(3) People who differ in age, occupation, and marriage status were significant differences in Sufficiency Economy practices.
(4) People who differ in gender, age, education, occupation, income and marriage status were not significant differences in happiness.
(5) People who differ in level of information seeking about Dhamma were significant differences in Buddhist practices, Sufficiency economy practices and happiness.
(6) People who differ in level of Buddhist practices were significant differences in Sufficiency Economy practices and happiness.
(7) People who differ in level of Sufficiency Economy practices were significant differences in happiness.
(8) Level in Information Seeking about Dhamma and level in Buddhism practices were not significant effect on happiness, but the level in Sufficiency Economy practices was significant effects on the happiness. Information seeking about Dhamma, Buddhism practices and Sufficiency Economy practices have no interaction on the happiness of Bangkok people.

The interviewing results found that Bangkok people practiced Buddhist Dhamma by methods of giving, following Buddhism law and meditation.

They practiced Sufficiency Economy by methods of having medium demand, not greedy, saving money, saving energy, material recycle and moral practice.

The factor that affected Bangkok peoples’ happiness were family and relationship with family and friends, eating, drinking, new media usages, arts and music, doing new things, self-care, good health, achievement, giving, helping other people and Buddhist practices.

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแสวงหาข้อมูลข่าวสารธรรมพุทธศาสนา การยึดหลักธรรมพุทธศาสนา การยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และความสุขของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และเพื่อศึกษาผลของการแสวงหาข้อมูลข่าวสารธรรมพุทธศาสนา การยึดหลักธรรมพุทธศาสนา การยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งผลต่อความสุขของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ

โดยใช้การวิจัยแบบผสมงานวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยด้วยแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างประชาชนในกรุงเทพฯ 50 เขตจำนวน 500 คน และการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 200 คน

การวิจัยสำรวจวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปคอมพิวเตอร์ และใช้สถิติ t-test, One Way ANOVA และ Three Way ANOVA

ในการทดสอบสมมุติฐานผลการวิจัยพบว่า
1)ประชาชนที่มีเพศ รายได้ และสถานภาพสมรส แตกต่างกันมีการแสวงหาข้อมูลข่าวสารธรรมพุทธศาสนาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
2) ประชาชนที่มีอายุ อาชีพ รายได้ สถานภาพสมรส แตกต่างกัน มีการยึดหลักธรรมพุทธศาสนาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
3) ประชาชนที่มี อายุ อาชีพ สถานภาพสมรส แตกต่างกัน มีการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ
4)ประชาชนที่มีเพศ อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ สถานภาพสมรส แตกต่างกันมีความสุขไม่แตกต่างกัน
5) ประชาชนที่มีระดับการแสวงหาข้อมูลข่าวสารธรรมพุทธศาสนาแตกต่างกัน มีการยึดหลักธรรม การยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และความสุขแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
6) ประชาชนที่มีระดับการยึดหลักธรรมแตกต่างกันมีการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และความสุขแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
7) ประชาชนที่มีระดับการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงแตกต่างกัน มีความสุขแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
8)การยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีอิทธิพลหลักต่อความสุขอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติส่วนตัวแปรการแสวงหาข้อมูลข่าวสารธรรมพุทธศาสนา การยึดหลักธรรมพุทธศาสนา ไม่มีอิทธิพลหลักต่อความสุข โดยทุกตัวแปรไม่มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันต่อความสุข

ส่วนผลการสัมภาษณ์พบว่า ด้านการยึดหลักธรรมพุทธศาสนาของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ พบว่ามีการปฏิบัติตั้งแต่ระดับการให้ทาน การรักษาศีล และการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ดังนี้ การให้ทาน กับคนผู้ยากไร้และสัตว์ การช่วยเหลืองานวัด การทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน ทอดกฐิน การสวดมนต์ ไหว้พระ การศึกษาธรรมพุทธศาสนาด้วยการฟังเทศน์ การอ่านหนังสือธรรมะ การชมรายการธรรมะทางสื่อโทรทัศน์ ฟังรายการธรรมะทางวิทยุ การจัดพิมพ์หนังสือธรรมเพื่อเผยแพร่ ปฏิบัติทำตามหลักธรรม เช่น การยึดหลักธรรม การรักษาศีล การปฏิบัติธรรม

ด้านการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พบว่าประชาชนในเขตกรุงเทพฯได้นำหลัก เศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันหลากหลายรูปแบบ คือ การยึดความพอดีพอประมาณ ไม่โลภ และพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ การยึดหลักความมีเหตุผล มีสติการประหยัดค่าใช้จ่ายและการอดออม ลดความฟุ่มเฟือย ไม่ฟุ่มเฟือย การประหยัดพลังงาน การพึ่งพาตนเอง รู้จักคุณค่าของทุกสิ่ง การแบ่งปันช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การนำกลับมาใช้ใหม่ การยึดหลักคุณธรรมความดี

ส่วนด้านความสุข พบว่า ความสุขของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ ขึ้นอยู่ปัจจัยต่างๆต่อไปนี้ ครอบครัว ความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว เพื่อน การกินและดื่ม การพักผ่อน การท่องเที่ยว การออกกำลังกาย เงิน สัตว์เลี้ยง การได้ทำในสิ่งที่ชอบหรือต้องการทำงานอดิเรก สื่อสมัยใหม่ ศิลปะและดนตรี การลองทำสิ่งใหม่ การดูแลตัวเอง มีสุขภาพแข็งแรง ความสำเร็จในชีวิต การให้ทานและการช่วยเหลือผู้อื่น ตลอดจนการปฏิบัติตามหลักพุทธศาสนา

การแสวงหาข้อมูลข่าวสารธรรมพุทธศาสนา การยึดหลักธรรมพุทธศาสนาและหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งผลต่อความสุขของคนไทยในเขตกรุงเทพมหานคร. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, การประชุมวิชาการระดับชาติในวันคล้ายวันสถาปนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ประจำปี 2557 (365-379).