การมีส่วนร่วมของชุมชนสงฆ์ตามบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิชุมชน มาตรา 66 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 : ศึกษาเฉพาะกรณีโครงการพุทธอุทยาน

Authors

นายอัษฎวุธ วสนาท, ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ

Published

วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ

Abstract

Participation of the monastic community in accordance with the provisions on community rights under section 66 of the constitution of the Buddhist Park Project

This research aimed to determine legal measures to establish a Buddhist Park
through a case study of the Buddhist Park Project in the area of conserved forest.
The objectives of this research were to consider the accordance with the intent of
establishing the Buddhist Park in Buddhism. Since the Buddha era that has appeared
in the Tripitaka, which is the heart of the establishment of the Buddhist Park in
Buddhism, and determine the management of natural resources and the
environment in the form of the Buddhist Park of the monastic community today is in
accordance with the spirit of the Constitution of the Kingdom of Thailand B.E. 2550
on the community rights or not. The study found that in order to make the
management of natural resources and the environment is balanced and sustainable.
It is necessary to make the community to participate in the monastic community in
the form of a temple or monastery which is considered a community as a holder of
rights under the provisions of the Constitution. They have the rights to participate
with the public sector in management, maintenance and the use of natural resources
and environment, and especially the monastic community is the community with
guidelines that are consistent with the principles of sustainable development. The
establishment of the Buddhist Park in the conserved forest area is the state project
that have pushed the monastic community who came to live in the conserved forest
preserve without falling into the offenses against the forestry law. As a result, the
monks must undertake to help the officers to take care of the conserved forest area,
and when giving the monastic community to assist to take care of more area. So it
becomes the heavy burden of the monks in the end. As the use of state power to
manage resources by the State only, by virtue of the Law on Forests, which it is not
considered the intention of living in the jungle of Buddhist monks and the
establishment of the Buddhism Park actually. When it was considered the intention
on establishing the Buddhist Park in Buddhism appearing in the Tripitaka, and it was
found that the major intention on establishing a Buddhist park in order to have
appropriate natural areas for their practice according to Dhamma principles in
accordance with the Buddha laid the guidelines, including the provisions of
mechanism to control the behavior of the monks to live with the nature in a
peaceful environment. This is not the purpose of the possession in the manner of
holding personal benefits in any way.
In this research study, the researcher has suggested that it should have
amendments in The National Forest Act B.E. 2507 by additional statement that
indicates the identity of the community in article 16, and has proposed a draft
regulation on the establishment of the Buddhism Park separated from the Forestry
Department regulations on allowance to make benefits or living in the national forest
in 2005. Specifying the measures to control and processes within the monastic
community and the process controlled by the state, and designated a committee
from several sectors to participate in the consideration and govern the establishment
of the Buddhist Park chanting to establish the Buddhist Park in accordance with the
intention of the Buddhism truly.

บทคัดย่อ

งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งหมายเพื่อทำการศึกษาถึงมาตรการทางกฎหมายในการจัดตั้งพุทธอุทยาน ผ่านกรณีศึกษาโครงการพุทธอุทยานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาถึงความ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการจัดตั้งพุทธอุทยานในพระพุทธศาสนานับแต่ครั้งพุทธกาลที่มีปรากฏ ในพระไตรปิฎกซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการจัดตั้งพุทธอุทยานในพระพุทธศาสนา รวมถึงได้ ทำการศึกษาว่าการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบของพุทธอุทยานของชุมชน สงฆ์ในปัจจุบันนั้นเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ในส่วนที่ว่าด้วยสิทธิชุมชนหรือไม่

จากการศึกษาพบว่า เพื่อให้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างสมดุล และยั่งยืนจำเป็นที่จะต้องให้ชุมชนเข้ามีส่วนร่วมในการจัดการ ซึ่งชุมชนสงฆ์ในรูปแบบของวัดหรือ สำนักสงฆ์นั้นถือเป็นชุมชน อันเป็นผู้ทรงสิทธิตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในอันที่จะมีสิทธิเข้ามี ส่วนร่วมกับภาครัฐในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมได้ และที่สำคัญชุมชนสงฆ์เป็นชุมชนที่มีแนวปฏิบัติที่เป็นไปโดยสอดคล้องหลักการว่าด้วย การพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับการจัดตั้งพุทธอุทยานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในปัจจุบันนั้น เป็นโครงการของ รัฐที่ได้ผลักดันให้ชุมชนสงฆ์ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในป่าอนุรักษ์ให้สามารถอยู่ในป่าได้โดยไม่ตกเป็นผู้กระทำ ความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ซึ่งส่งผลให้พระสงฆ์ต้องรับภาระหน้าที่ในการช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ในการดูแลพื้นที่ป่าอนุรักษ์และจากการที่มอบพื้นที่ให้ชุมชนสงฆ์ช่วยดูแลในจำนวนที่มากเกินไปนั้น ได้กลายเป็นภาระหนักของพระสงฆ์ไปในที่สุด อันเป็นลักษณะการใช้อำนาจในการจัดการทรัพยากร โดยรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ที่ไม่ได้พิจารณาถึงเจตนารมณ์ของ การอยู่อาศัยในป่าของพระสงฆ์และการจัดตั้งพุทธอุทยานในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงซึ่งเมื่อ พิจารณาถึงเจตนารมณ์ในการจัดตั้งพุทธอุทยานในพระพุทธศาสนาที่มีปรากฏในพระไตรปิฎกแล้ว พบว่าเจตนารมณ์สำคัญในการจัดตั้งพุทธอุทยานนั้นเพื่อให้มีพื้นที่ธรรมชาติที่มีความเหมาะสมในการ ฝึกปฏิบัติตนตามหลักของพระพุทธศาสนาเพื่อเข้าถึงซึ่งหลักธรรมตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงวางเป็น แนวทางไว้รวมถึงได้บัญญัติกลไกในการควบคุมความประพฤติของพระสงฆ์ให้สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างเป็นมิตรหาใช่เป็นไปเพื่อการครอบครองในลักษณะเข้าถือเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัว แต่อย่างใดไม่

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยได้มีข้อเสนอแนะให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติป่าสงวน แห่งชาติ พ.ศ.2507 โดยเพิ่มเติมข้อความที่ระบุถึงความมีตัวตนของชุมชนไว้ในมาตรา 16 รวมทั้งได้ เสนอให้มีการยกร่างระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการจัดตั้งพุทธอุทยานขึ้นเป็นการเฉพาะ แยกต่างหาก จากระเบียบบกรมป่าไม้ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2548 โดยกำหนดให้มีมาตรการควบคุมเป็นการเฉพาะทั้งกระบวนการภายในชุมชนสงฆ์และ กระบวนการการควบคุมโดยรัฐ และกำหนดให้มีคณะกรรมการจากหลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมใน การพิจารณาและควบคุมการจัดตั้งพุทธอุทยาน เพื่อให้การจัดตั้งพุทธอุทยานเป็นไปโดยสอดคล้องกับ เจตนารมณ์ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

(2558). การมีส่วนร่วมของชุมชนสงฆ์ตามบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิชุมชน มาตรา 66 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 : ศึกษาเฉพาะกรณีโครงการพุทธอุทยาน. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ , 4(2), —.