การเลือกใช้ช่วงเวลาในการคำนวณและช่วงระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บข้อมูลอัตราผลตอบแทน ในการประมาณค่าเบต้าหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Authors

รศ.ดร.สรศาสตร์ สุขเจริญสิน, น.ส.บุศรินทร์ มีสี

Published

Development Economic Review

Abstract

The study of relationship between risk and return on investment is the most important thing for investment decision makings that face financial managers. This relationship is necessary for Portfolio management, Capital budgeting and Performance evaluate and comparison.

One popular measure of the risk is the beta. The beta represents the market risk of a security, also called ‘systematic risk’ that cannot be eliminated through diversification. A time-series regression is often used to estimate the beta and requires the financial manager to select both a return interval and an estimation period. However, researchers do not know which interval and estimation period is appropriate.

This study examines the return interval and estimation period the financial manager should select when estimating beta. The results show that the financial manager should select the daily return interval and an estimation period of two years to get the beta with smallest error or greatest precision of the beta estimate.

ในการศึกษา เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญของการตัดสินใจลงทุน ซึ่งเป็นเรื่องที่นักการเงินและนักลงทุนทั่วไปต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการจัดพอร์ตการลงทุน การประเมิน และเปรียบเทียบ ผลการดำเนินงาน หรือการวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนที่ต้องการจากการลงทุน ซึ่งหนึ่งในวิธีการประเมินความเสี่ยงของหลักทรัพย์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุด ก็คือ การประมาณการค่าเบต้า ซึ่งเป็นการวัดความเสี่ยงที่เป็นระบบ โดยปัญหาที่สำคัญของการประมาณค่าเบต้าก็คือ ผู้ประมาณไม่ทราบว่าควรเลือกใช้ช่วงเวลาในการคำนวณอัตราผลตอบแทน(Return Interval) และช่วงระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บข้อมูล อัตราผลตอบแทน (Estimation Period) อย่างไร จึงจะมีความเหมาะสมซึ่งจาก

ผลการศึกษาพบว่า การใช้ช่วงเวลาในการคำนวณอัตราผลตอบแทนแบบรายวัน (Daily Return) และเก็บข้อมูลอัตราผลตอบแทนเป็นระยะเวลา 2 ปี จะมีความเหมาะสมที่สุด สำหรับหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากค่าเบต้าที่ประมาณการได้จะมีความแม่นยำ และมีความเสถียรเหมาะสม ต่อการนำไปใช้ เพื่อประเมินความเสี่ยงที่เป็นระบบของหลักทรัพย์

 

(2558). การเลือกใช้ช่วงเวลาในการคำนวณและช่วงระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บข้อมูลอัตราผลตอบแทน ในการประมาณค่าเบต้าหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. Development Economic Review, 9(2), 109-132.