การเป่านกหวีด

Authors

รศ.ดร.สมศักดิ์ สามัคคีธรรม

Published

วารสารพัฒนาสังคม

Abstract

เมื่อพูดถึง “การเป่านกหวีด” คนไทยโดยทั่วไปมักจะคิดถึงการเคลื่อนไหวของ “กปปส.”ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในการชุมนุมประท้วงของมวลมหาประชาชนราวๆ 3-4 แสนคน ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2013 จนถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2014 เพื่อร่วมกันเป่านกหวีดขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีพรรคเพื่อไทยได้พยายามผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบยกเข่ง ในขณะที่กระแสของประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ทั้งความไม่เหมาะสมในเนื้อหาและกลวิธีในการผลักดันเพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.ผ่านของพรรคเพื่อไทย แท้จริงแล้ว “การเป่านกหวีด” (Whistleblowing) เป็นศัพท์ที่นำเข้ามาจากตะวันตก ซึ่งในอดีตเป็นค าที่ชาวบ้านในยุโรปใช้กันโดยทั่วไป กล่าวคือ “การเป่านกหวีด” หมายถึง การแจ้งเหตุร้ายให้สาธารณชนได้รับทราบ ในประเทศอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 19 ผู้เป่านกหวีด ได้แก่ ตำรวจ เพื่อเป็นสัญญาณเตือนภัยให้สาธารณชนและตำรวจผู้อื่นได้รับทราบว่ามีอาชญากรรมเกิดขึ้นแล้วในขณะนั้น ส่วนความหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ สามารถสืบสาวเรื่องราวได้ว่า คำๆ นี้มีการใช้ครั้งแรกในช่วงต้นทศวรรษ 1960s กรณีของนายออสโต โอเทพคา (Otto Otepka)ซึ่งเป็นข้าราชการในสหรัฐอเมริกา ได้มอบเอกสารลับให้แก่หัวหน้าที่ปรึกษาทางกฎหมายของ “คณะอนุกรรมการวุฒิสภาด้านความมั่นคงภายใน” (The Senate Subcommittee on Internal Security)เกี่ยวกับเรื่องอันตรายที่กำลังคุกคามต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีเคนเนดี (Bordeleau, 2011, p.196)และนับแต่นั้นเป็นต้นมา คำว่า “การเป่านักหวีด” ได้ถูกนำเข้าสู่แวดวงวิชาการ จนกระทั่งคำๆ นี้ ได้รับความนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายและกลายเป็นศัพท์วิชาการนับจากทศวรรษ 1980s เป็นต้นมา

(2558). การเป่านกหวีด. วารสารพัฒนาสังคม, 17(2), 145-152.